“ผมยืนยันตามความคิดเดิมไม่ เปลี่ยนแปลง และไม่เคยมีอยู่ในสมองว่าให้แยกเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยกำลังดูรายละเอียดทั้งหมดอยู่ ซึ่งหลังจากทุกอย่างเรียบร้อยก็จะนำกฎหมายออกมาให้วิจารณ์กันอย่างเต็มที่ ซึ่งผมเองก็พร้อมยอมรับทุกคำวิจารณ์ และยืนยันว่าการเดินหน้าผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อต้องการหารายได้เข้ารัฐทั้งหมด แต่ยังทำเพื่อต้องการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมที่มาจากทรัพย์สินที่คนกลุ่ม น้อยมีอยู่มากเกินไป จึงต้องกระจายออกมา และเชื่อว่ากฎหมายนี้จะช่วยได้ดีที่สุด เพราะหากพิจารณาจากเป้าหมายรายได้แล้ว ภาษีที่ดินจะจัดเก็บรายได้อยู่ที่ 200,000 ล้านบาท ขณะที่ภาษีมรดกจัดเก็บรายได้ 10,000 กว่าล้านบาท”นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า ยืนยันว่าไม่มีแนวคิดที่จะแยกเก็บเฉพาะภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้แนวคิดมา เพราะหากพิจารณาตามแนวคิดในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเดิมแล้ว มีการแยกเก็บภาษีให้เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ของพื้นที่อยู่แล้ว เช่น แยกเก็บภาษีสำหรับที่ดินและบ้านสำหรับภาคเกษตร, ที่ดินและบ้านสำหรับที่อยู่อาศัยปกติ, ที่ดินและสถานที่เชิงพาณิชย์ เช่น ร้านค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น และที่ดินรกร้างว่างเปล่า โดยการจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะคิดต่ำกว่าอัตรา 12.5% เดิมที่จัดเก็บจากภาษีโรงเรือน ขณะที่คนที่มีรายได้น้อย ในหลักเกณฑ์ก็มีการลดหย่อนให้เยอะอยู่แล้ว เช่น ที่อยู่อาศัยมูลค่า 4 ล้านบาท เสียภาษีปีละเพียง 1,500 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก
แหล่งที่มา : เดลินิวส์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น