12. จัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นในเขตยึดครองของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ควบคุมดูแลโดย โอเอสซีอี แต่ยังไม่มีการระบุกำหนดวันที่แน่ชัด
13. เพิ่มความเข้มข้นกิจกรรมของกลุ่มประสานงาน 3 ฝ่าย รวมถึง การก่อตั้งคณะทำงาน เพื่อควบคุมดูแลการปฏิบัติ ให้เป็นไปตามแผนสันติภาพ
ข้อตกลงในวันนี้ลงนามโดย "กลุ่มประสานงานยูเครน" ซึ่งประกอบด้วย ผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเขตโดเนสก์และเขตลูกานสก์ อดีตประธานาธิบดีเลโอนิด คุชมา ของยูเครน นายมีฮาอิล ซูราบอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเครน และ นางไฮดี ทากลิอาวินี ทูตพิเศษของ โอเอสซีอี.
8. ทั้ง 2 ฝ่ายต้องดำเนินการเพื่อไปสู่การรื้อฟื้น การเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึง การจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญ ภาษี ยูเครนจะฟื้นฟูระบบธนาคารในพื้นที่พิพาท โดยอาจให้มีกลไกระหว่างประเทศ สำหรับอำนวยความสะดวก ในการทำธุรกรรมทางการเงินด้วย
9. ยูเครนต้องสละการควบคุมเขตแดนรัฐตลอดแนวพิพาททั้งหมด กระบวนการควรเริ่มหนึ่งวันหลังการเลือกตั้งท้องถิ่น และต้องเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2558 โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องดำเนินการปฏิรูปรัฐธรรมนูญภายใต้ข้อ 11
10. ถอนกองกำลังติดอาวุธชาวต่างชาติ ออกจากพื้นที่พิพาททั้งหมด รวมทั้งอุปกรณ์ทางทหาร และนักรบรับจ้างจากยูเครน โดยให้ โอเอสซีอี เป็นผุ้สังเกตการณ์ และให้ปลดอาวุธกลุ่มนอกกฎหมายทั้งหมด
4. ในวันแรกของการถอนอาวุธหนัก การเจรจาจะต้องเริ่มเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นในเขตลูกานสก์และ เขตโดเนตสก์ รวมทั้งอนาคตของ "คณะผู้ปกครอง" ในพื้นที่ยึดครองของกบฎ การปกครองตนเองชั่วคราวให้ยึดตามหลักกฎหมายของยูเครน และรัฐสภายูเครนต้องผ่านกฤษฎีกาภายใน 30 วัน เพื่อกำหนดเขตพื้นที่ทางภูมิศาสตร์สำหรับการปกครองตนเอง โดยยึดตามข้อตกลงกรุงมินสก์เดือน ก.ย. ทั้งนี้ พื้นที่ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนมีสิทธิตัดสินใจเรื่องภาษาที่จะใช้ในเขตปกครอง ของตน
5. ต้องบังคับใช้กฎหมายรับประกันการอภัยโทษและนิรโทษกรรม แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวในความขัดแย้งในเขตโดเนตสก์และลูกานสก์ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จะได้รับเอกสิทธิคุ้มกันจากการดำเนินคดีและการลงโทษ
6. ปล่อยตัวและแลกเปลี่ยน ตัวประกันและเชลยศึกทุกคน ที่ถูกคุมคุมตัวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยยึดหลัก "ปล่อยหมดทุกคน" เท่าที่แต่ละฝ่ายควบคุมตัวไว้ เริ่ม 5 วันหลังจากการถอนอาวุธหนัก
7. รับประกันการแจกจ่าย และการเข้าถึงของความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
1. ต้องถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ขัดแย้งทั้งหมด เพื่อก่อตั้งเขตกันชนอย่างน้อย 50 กม. สำหรับปืนใหญ่ขนาด 100 มม. ขึ้นไป 70 กม.สำหรับระบบยิงจรวดหลากหลาย หรือ 140 กม.สำหรับระบบยิงจรวดทอร์นาโดและอื่นๆ เขตกันชนสำหรับทหารยูเครนจะเริ่มจากพื้นที่ที่ถือว่าเป็นแนวหน้า แต่สำหรับฝ่ายกบฎจะเริ่มจากแนวหน้า 19 ก.ย. โดยยึดตามข้อตกลงกรุงมินสก์เมื่อปีที่แล้ว
2. การถอนอาวุธหนักต้องเริ่มในวันที่สอง หลังการหยุดยิง ซึ่งก็คือวันที่ 17 ก.พ. และต้องใช้เวลาไม่เกิน 14 วัน
3. องค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (โอเอสซีอี) จะทำหน้าที่ตรวจสอบการหยุดยิง และการถอนอาวุธหนัก ตั้งแต่วันแรก โดยสามารถใช้ดาวเทียมและอากาศยานขนาดเล็กไร้คนขับ หรือ โดรน ในการตรวจสอบด้วย สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงมินสก์ ประเทศเบลารุส เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่า การประชุมนานาชาติเพื่อหาทางยุติการสู้รบทางภาคตะวันออกของยูเครน ระหว่างทหารกองทัพรัฐบาลกับนักรบกลุ่มกบฎนิยมรัสเซีย ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2557 ที่กรุงมินสก์ เมืองหลวงยูเครน ระหว่างผู้นำรัสเซีย ยูเครน ฝรั่งเศส และเยอรมนี เสร็จสิ้นลงในวันนี้ หลังการเจรจาต่อรองมาราธอน ซึ่งคู่กรณีคือรัฐบาลยูเครน และกลุ่มกบฎแบ่งแยกดินแดนภาคตะวันออก สามารถตกลงแผนสันติภาพกันได้ โดยประเด็นหลักตามความตกลงอยู่ที่การเรียกร้องให้มีการหยุดยิง เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ (15 ก.พ.) และขยายพื้นที่กันชนรอบแนวหน้า และถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่พิพาท
แหล่งที่มา : เดลินิวส์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น